<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>94140</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/02/2021 18:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/02/2021 18:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทส.ตีปี๊บโครงการ“ชิงเก็บ ลดเผา”รับมือไฟป่าหมอกควันปี64</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเปิดตัว 2 โครงการ &amp;ldquo;ชิงเก็บ ลดเผา&amp;rdquo; &amp;ndash; เครือข่าย ทสม.ประกาศความพร้อมรับมือปัญหาไฟป่า หมอกควันช่วงหน้าแล้งปีนี้ ใน 17 จว.ภาคหนือ และ 3 จว.อีสาน โดยมอบนโยบายให้เจ้าหน้าที่สิ่งแวดล้อมจังหวัด- ภาค มุ่งสร้างความเข้าใจบูรณาการปฎิบัติงานในพื้นที่ไปในทิศทางเดียวกัน บรรเทาปัญหาลดโอกาสเกิดไฟป่า การเผา และหมอกควันฝุ่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 24&amp;nbsp; กุมภาพันธ์&amp;nbsp; ที่กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม&amp;nbsp; นายวราวุธ&amp;nbsp; ศิลปอาชา&amp;nbsp; รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) พร้อมด้วย นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และผู้บริหารกระทรวงฯ เป็นประธานเปิดตัวโครงการบริหารจัดการเชื้อเพลิง &amp;ldquo;ชิงเก็บ ลดเผา&amp;rdquo; และโครงการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของเครือข่ายอาสาสมัครพิทักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมหมู่บ้าน (ทสม.) ในการจัดการปัญหาไฟป่าและหมอกควัน พร้อมกล่าวมอบนโยบายการบริหารจัดการไฟป่าให้กับเจ้าหน้าที่และหน่วยงานที่รับผิดชอบว่า&amp;nbsp; ช่วงเดือนธันวาคมจนถึงเดือนเมษายนของทุกปี ซึ่งเข้าสู่ฤดูแล้ง หลายพื้นที่ของประเทศไทย โดยเฉพาะภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มักประสบปัญหาหมอกควัน ที่มีสาเหตุสำคัญจากการเผาพื้นที่เกษตรและไฟป่า&amp;nbsp; รวมทั้งหมอกควันที่ข้ามแดนมาจากประเทศเพื่อนบ้าน&amp;nbsp; ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ สังคมและทำลายสิ่งแวดล้อม ที่ผ่านมารัฐบาลตระหนักและวางแนวทางแก้ปัญหามาต่อเนื่องโดยตลอด &amp;nbsp;ทั้งมาตรการควบคุมการเผา และมาตรการป้องกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในปี พ.ศ.2564 ทส. ยังคงต้องปฏิบัติงานเชิงรุก ภายใต้นโยบาย ทส. ยกกำลัง 2 บวก 4อย่างต่อเนื่อง โดยเน้นการลดปริมาณเชื้อเพลิง ซึ่งเป็นเทคนิคการลดความรุนแรงของไฟป่า ด้วยวิธีการ &amp;ldquo;ชิงเก็บ&amp;rdquo; ทั้งในพื้นที่ป่าของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กรมป่าไม้ องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ รวมทั้งป่าชุมชนในพื้นที่สิ่งสำคัญของการ &amp;ldquo;ชิงเก็บ&amp;rdquo; ก็เพื่อให้มีการนำเชื้อเพลิงที่เก็บได้ ไปสร้างมูลค่าเพิ่มและสร้างประโยชน์ให้กับประชาชนในพื้นที่ เช่น ผลิตเป็นถ่านอัดก่อน ผลิตเป็นเชื้อเพลิงอัดแท่ง นำไปทำปุ๋ยหมัก หรือนำไปทำเป็นบรรจุภัณฑ์ต่าง ๆ เป็นต้น เราต้องสร้างความเข้าใจให้ประชาชนได้ตระหนักว่า สิ่งที่กำลังเผา สามารถนำไปแปรรูปได้ และเทคนิควิธีการ &amp;ldquo;ชิงเก็บ&amp;rdquo; นี้จะช่วยลดการเผา ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งของปัญหาฝุ่นละอองจากหมอกควันไฟป่าในพื้นที่ภาคเหนืออีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้น จึงอยากเน้นย้ำ ให้หน่วยงานในสังกัด ทส. รวมทั้งเครือข่าย ทสม. บูรณาการการดำเนินงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการบริหารจัดการเชื้อเพลิงอย่างมีประสิทธิภาพ โดย 1) เร่งสร้างความรู้ความเข้าใจ ให้ประชาชนตระหนักถึงปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละออง PM 2.5 และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบุกรุกทำลายป่า การเผาป่า ให้เป็นเครือข่ายดูแลรักษาป่า 2) สร้างกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชนในพื้นที่ ให้เข้ามาช่วยกันแก้ไขปัญหา 3) จัดระเบียบการเผา และระบบการแจ้งเตือน 4) ลดเชื้อเพลิงในการเกิดไฟป่า ในรูปแบบของการ &amp;ldquo;ชิงเก็บ ก่อนเผา&amp;rdquo; เน้นการเก็บขนเชื้อเพลิงออกจากพื้นที่ป่า เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ สร้างมูลค่าให้กับชุมชน 5) การเตรียมอุปกรณ์ เครื่องมือ และนำเทคโนโลยีด้านสารสนเทศ เข้ามาช่วยในการปฎิบัติงานในพื้นที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมต้องขอขอบคุณ กองทุนสิ่งแวดล้อม แหล่งเงินทุนเพื่อการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม ที่ได้ให้การสนับสนุนงบประมาณ โครงการบริหารจัดการเชื้อเพลิง &amp;ldquo;ชิงเก็บ ลดเผา&amp;rdquo; ดำเนินการโดย สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด 17 จังหวัดภาคเหนือ และ3 จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ วงเงิน 42 ล้านบาท และโครงการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของเครือข่ายทสม. ในการจัดการปัญหาไฟป่าและหมอกควัน จำนวน 49 แห่ง วงเงิน 24 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ทั้งนี้ ให้ สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด ทั้ง ๒๐ จังหวัด และเครือข่าย ทสม. ตลอดจนสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่เกี่ยวข้อง เร่งรัดดำเนินการให้เป็นไปตามเป้าหมายของโครงการที่ตั้งไว้รวมทั้งจะต้องมีการติดตามประเมินโครงการอย่างต่อเนื่อง โดยเราจะต้องบรรลุผลสำเร็จที่ตั้งไว้ให้ได้ ดังนี้ 1)การสร้างเครือข่ายภาคประชาชนในพื้นที่ให้มีส่วนร่วมในการเฝ้าระวังไฟป่าและช่วยกันดูแลป่า ไม่น้อยกว่า 370 เครือข่าย 2) ลดจุดความร้อน (Hot Spot) ลงให้ได้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 20&amp;nbsp; 3) จัดเก็บเชื้อเพลิงในพื้นที่ป่าให้ได้จังหวัดละ ไม่น้อยกว่า 100 ตัน สำหรับ 10 จังหวัดพื้นที่เป้าหมาย 4) นำเชื้อเพลิงไปใช้ประโยชน์ให้กับชุมชน 5) ปลูกต้นไม้เพิ่ม ไม่น้อยกว่า 70,000ต้น &amp;nbsp;6) เกิด แผน กฎ กติกา ในการบริหารจัดการไฟป่า ไม่น้อยกว่า 130 ฉบับ&amp;rdquo; รมว.ทส.กล่าวย้ำทิ้งท้าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/94140</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.), ชิงเก็บ ลดเผา, วราวุธ  ศิลปอาชา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210224/image_big_6036306fcf277.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>83485</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/11/2020 13:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/11/2020 11:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;วราวุธ&quot; รมว.ทส. ประกาศพร้อมสนับสนุนการท่องเที่ยววิถีใหม่  เป้าหมายสร้างเศรษฐกิจฐานราก และสร้างรูปแบบใหม่ของการท่องเที่ยวทางธรรมชาติ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;นายวราวุธ&amp;nbsp; ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ ประกาศแนวทางการท่องเที่ยววิถีใหม่ที่ให้ชุมชนท้องถิ่นมีส่วนร่วมในการจัดการและร่วมรับประโยชน์ โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างเศรษฐกิจฐานราก และสร้างรูปแบบใหม่ของการท่องเที่ยวทางธรรมชาติ คาดเป็นหนทางฟื้นเศรษฐกิจหลังยุคโควิด พร้อมไปกับการอนุรักษ์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:6.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:6.0pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:6.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:6.0pt; margin-left:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:6.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:6.0pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:6.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:6.0pt; margin-left:0in&quot;&gt;เช้าวันนี้ ที่โรงแรม เดอะสุโกศลกรุงเทพ&amp;nbsp; กรุงเทพมหานคร นายวราวุธ&amp;nbsp; ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้เป็นประธานเปิดการสัมมนาเชิงปฏิบัติการเพื่อระดมความเห็นด้านการท่องเที่ยวและการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพในการพัฒนาโครงการ Mainstreaming Biodiversity-based Tourism in Thailand to Support Sustainable Tourism Development (GEF-7) พร้อมมอบแนวทางการทำงานด้านการอนุรักษ์กับการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนหลังยุค COVID-19 งานประชุมเชิงปฏิบัติการครั้งนี้ จัดโดยสำนักงานโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNDP ประเทศไทย) ร่วมกับสำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (องค์การมหาชน) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ณ พร้อมผู้เข้าร่วมการประชุมกว่า 100 คนจาก 26 หน่วยงาน ทั้งจากส่วนราชการ และภาคธุกิจเอกชน ในแวดวงการท่องเที่ยวทางธรรมชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:6.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:6.0pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:6.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:6.0pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;ldquo;ทุกก้าวในการทำงานของผม ให้ความสำคัญกับประชาชนและการมีส่วนร่วม&amp;nbsp; การท่องเที่ยววิถีใหม่และยั่งยืน ชาวบ้านต้องได้ประโยชน์ จึงจะรู้สึกร่วมเป็นเจ้าของ ความร่วมมือในการบริหารจัดการจึงจะเกิดขึ้น การอนุรักษ์จึงจะเป็นจริง นี่คือสิ่งที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ภายใต้การนำของผม ต้องดำเนินการให้เป็นรูปธรรม&amp;rdquo;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:6.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:6.0pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:6.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:6.0pt; margin-left:0in&quot;&gt;นางจุฬารัตน์ นิรัติศยกุล ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ กล่าวถึงวัตถุประสงค์การประชุมเชิงปฏิบัติการครั้งนี้ว่า ตามที่สำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (องค์การมหาชน) หรือ สพภ. ได้จัดทำโครงการบูรณาการท่องเที่ยวเชิงนิเวศระดับชุมชนในประเทศ เพื่อสนับสนุนการพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (Mainstreaming Biodiversity-based Tourism in Thailand to Support Sustainable Tourism Development) เสนอขอรับการสนับสนุนจากกองทุนสิ่งแวดล้อมโลก (Global Environmental Facility &amp;ndash; GEF) รอบที่ 7 ภายใต้กรอบงานด้านความหลากหลายทางชีวภาพ และได้รับความเห็นชอบจากมนตรีกองทุนสิ่งแวดล้อมโลก (Global Environment Facility Council) โครงการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาและบูรณาการการท่องเที่ยวบนพื้นฐานความหลากหลายทางชีวภาพในระดับชุมชน และสร้างแหล่งเงินทุนที่ยั่งยืนสำหรับการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพและวิถีชีวิตในท้องถิ่น และลดภัยคุกคามจากการพัฒนาการท่องเที่ยวที่ไม่ยั่งยืน ในการนี้ มีพื้นที่นำร่องในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีความหลากหลายทางชีวภาพสูงตั้งแต่แนวเทือกเขาตะนาวศรี พื้นที่ชุ่มน้ำเขาสามร้อยยอดที่มีความสำคัญในระดับโลก ไปจนถึงปากแม่น้ำปราณบุรีที่มีระบบนิเวศทางทะเลและชายฝั่งที่อุดมสมบูรณ์ อีกทั้งยังมีโครงข่ายการคมนาคมที่สะดวกตั้งแต่แนวถนนเลียบชายฝั่งทะเลใต้ ตามโครงการไทยแลนด์ริเวียร่า ระบบรถไฟรางคู่ในอนาคต สนามบินนานาชาติ และเครือข่ายทางหลวงชนบท ที่สามารถเชื่อมโยงนักท่องเที่ยวเข้าสู่พื้นที่อนุรักษ์ต่าง ๆ ได้อย่างทั่วถึง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:6.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:6.0pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:6.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:6.0pt; margin-left:0in&quot;&gt;อย่างไรก็ตาม ข้อเสนอในการจัดการการท่องเที่ยว จำเป็นต้องทบทวนและปรับเปลี่ยนแนวทาง/วิธีการ (Ways) และ เครื่องมือ (Means) ในการบรรลุเป้าหมาย (Ends) โดยจะต้องช่วยกันนำเงื่อนไขการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวมาเป็น &amp;ldquo;จุดเปลี่ยน&amp;rdquo; ในการขับเคลื่อนการท่องเที่ยวไปสู่หมุดหมายใหม่ที่ดีกว่าในอนาคต หรือเป็นการท่องเที่ยวยั่งยืน Sustainable Tourism รวมทั้ง เป็นการท่องเที่ยวที่สร้างโอกาสและรายได้ให้กับเศรษฐกิจระดับท้องถิ่นและชุมชน หรือ Local Economy ซึ่งจะเป็นการเสริมความเข้มแข็งและเตรียมความพร้อมให้กับประเทศในการรับมือภาวะวิกฤตต่างๆ ต่อไปในอนาคต &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:6.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:6.0pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:6.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:6.0pt; margin-left:0in&quot;&gt;ผลการประชุมเชิงปฏิบัติการครั้งนี้ มีเป้าหมายเพื่อจัดทำรายละเอียดการท่องเที่ยวบนพื้นฐานความหลากหลายทางชีวภาพและจัดทำเป็นข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย&amp;nbsp; และเป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการวิวัฒน์การท่องเที่ยวแนวใหม่ (New paradigm for tourism) ให้กับประเทศไทย การท่องเที่ยวบนพื้นฐานความหลากหลายทางชีวภาพเป็นการท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ซึ่งให้ความสำคัญกับการปกป้องความหลากหลายทางชีวภาพผ่านกิจกรรมการเรียนรู้เกี่ยวกับระบบนิเวศที่ได้มาตรฐานสากล ให้ความสำคัญกับการพัฒนาการท่องเที่ยวที่มีการแบ่งปันผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจอย่างเท่าเทียมด้วยการมีส่วนร่วมของชุมชน และเน้นการการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากในระดับพื้นที่โดยการทำอารยสถาปัตย์ด้วยวัสดุที่หาได้ในท้องถิ่น เพื่อฟื้นฟูวิถีชีวิตและวัฒนธรรมดั้งเดิม &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:6.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:6.0pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:6.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:6.0pt; margin-left:0in&quot;&gt;การท่องเที่ยวบนพื้นฐานความหลากหลายทางชีวภาพจะเป็นเครื่องมือที่สำคัญในการพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนของประเทศไทย โดยการสร้างภาพลักษณ์ในการเป็นแหล่งท่องเที่ยวคุณภาพสูง เน้นรูปแบบกิจกรรมการท่องเที่ยวที่เป็นมิตรต่อสัตว์ป่าและระบบนิเวศ ด้วยการมีส่วนร่วมของชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/83485</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.), ท่องเที่ยววิถีใหม่, วราวุธ  ศิลปอาชา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201111/image_big_5fab7e9d80213.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
